| pannakorn's profilesomtongPhotosBlogLists | Help |
|
May 14 จนกว่า
สมชายยืนมองท้องฟ้า
5 นาทีผ่านไป สมชายคิดได้ว่า ยืนมองท้องฟ้าแบบนี้ไม่มีประโยชน์ ว่าแล้วสมชายก็หยิบตะกร้อขึ้นมาเตะเล่นคนเดียวหลังบ้าน สนุกกว่ายืนดูท้องฟ้าเป็นไหนๆ
ฟ้าเริ่มมืดลงในเวลาเย็นย่ำ
สมชายคิดว่าการอยู่อย่างโดดเดี่ยว อยู่อย่างคนเหงาในเมืองกรุง การที่เตะตะกร้อคนเดียวคลายเหงาได้ก็จริง แต่ดูไม่เท่เอาเสียเลย ถ้าใครๆถามสมชายว่า เวลาเหงาแล้วทำอะไรถึงจะดูเท่
ก. เตะตะกร้อ ข. ยืนมองท้องฟ้าให้สายลมปะทะดั้งจมูก
สมชายคิดว่าข้อ ข.ไข่ ยังไงก็เท่กว่า เมื่อคิดได้ เขาก็รีบอาบน้ำ แต่งตัว โหนรถเมล์ไปสะพานพุทธทันที เขาอยากนั่งเหงาๆ บนสะพานเหล็กสีเขียว มองดูคุ้งน้ำเจ้าพระยา ที่สะท้อนแสงไฟของพระปรางค์วัดอรุณไกลๆ หูยยย แค่คิดก็ตื่นเต้นที่ได้เหงาแบบเท่ๆแล้ว
แต่บริเวณสะพานพุทธดันมีคนพลุกพล่านด้วยมีตลาดนัด สมชายลืมนึกถึงข้อนี้ไป พยายามเดินหามุมเหงาอยู่บริเวณนั้นหนึ่งรอบ สุดท้ายสมชายก็ได้เสื้อยืดมาสองตัว จะขึ้นไปบนสะพานผู้คนก็พลุกพล่านจะหามุมเหงานั้นก็อยากเต็มที
คิดได้ว่าไหนๆก็ออกจากบ้านมาแล้ว ตั้งใจมาเหงาต้องได้เหงา สมชายขึ้นรถเมล์สาย 9 จากปากคลอง ลงป้ายหน้าธนาคารแห่งประเทศไทย เดินขึ้นไปสะพานพระรามแปด สะพานนี้สวยดี บนนี้เห็นแสงไฟจากบ้านเรือนไกลๆ ได้ยินเสียงเรือลากทราย ดูวังเวง ยืนเหงาได้สักพัก สมชายรู้สึกว่าขาดอะไรไป ถ้าจะให้ดีน่าจะมีดนตรีประกอบการเหงา คิดได้ดังนั้น สมชายจึงเริ่มต้นฮัมเพลงออกมา ตอนนั้นเองปัญหาจึงเกิดขึ้น
ท่านเคยเป็นหรือไม่ ที่อยากร้องเพลงที่เข้ากับความรู้สึกในขณะนั้น แต่ดันคิดไม่ออกว่าจะร้องเพลงอะไรที่มันจะเข้ากับชีวิตในตอนนั้นดี ทั้งที่เพลงมีเป็นหมื่นเป็นแสนบนโลก และเพลงเหล่านั้นล้วนสะท้อนทุกหลืบอารมณ์ที่คนจะมีได้มาจนหมดแล้ว
ขณะที่เพลงมีเป็นล้าน แต่กลับไม่มีสักเพลงที่สมชายจะคิดออกว่าตัวเขาในขณะนี้ มันเหมาะกับเพลงอะไร
สมชายเริ่มร้องไห้ ที่ไม่มีสักเพลงที่เข้ากับชีวิตเลย
สะอื้นอยู่นาน จนคิดได้ว่า ไม่ใช่ไม่มีสักเพลงที่เหมาะกับเขาหรอก แต่เกิดจากสมชายจำเพลงอะไรไม่ได้เลยต่างหาก พูดง่ายๆคือนึกเพลงที่อยากร้องไม่ออกนั่นเอง
สมชายลงจากสะพาน เดินเข้าเซเว่น ดูมุมซีดีเพลง พลิกดูอัลบั้มนู่นนี่สักพัก พยายามหาชื่อเพลงที่ถูกใจ แต่ไม่มีชื่อเพลงที่คิดว่าจะเพราะสักชื่อ จะขอลองแกะมาฟังก็ทำไม่ได้ แกะแล้วก็ต้องซื้อ ซื้อแล้วจะฟังเดี๋ยวนั้นก็ไม่ได้ เซเว่นไม่มีเครื่องให้ลอง ต้องกลับไปฟังที่บ้าน ถ้าฟังที่บ้านแล้วไม่ถูกใจ ก็ต้องหาซื้อใหม่ ถ้าบังเอิญถูกใจ ก็ต้องพยายามร้องให้ติดปาก แล้วต้องนั่งรถเมล์มาร้องแบบเหงาๆบนสะพานพระรามแปดอีก คิดได้ก็เห็นว่าโคตรยุ่งยากลำบากมากมาย สมชายตัดสินใจไม่ซื้อดีกว่า
เดินออกมาหน่อย เจอแผงขายของเยอะแยะอะไรไม่รู้จิปาถะ อย่างเครื่องคิดเลข นาฬิกาปลุก ไฟฉาย ร่มกันฝน สมชายด้อมๆมองๆ สักพักก็ตัดสินใจซื้อวิทยุเล็กๆหนึ่งเครื่อง เป็นวิทยุเอฟเอ็มแบบพกพา ใช้ถ่านขนาด AA 2 ก้อน เวลาเปิดจะมีไฟกระพริบ สีเขียว สีแดง เป็นจังหวะ สมชายชอบใจ ถ้าเอาไปเปิดบนสะพาน แล้วฟังเพลงจากวิทยุเครื่องนี้ แล้วมีแสงกระพริบเขียวๆแดงๆ แบบนี้ อาจจะล่อปลามาละแวกที่เขายืนได้ สมชายคิดจะหาซื้อเบ็ดตกปลา แต่คิดได้ว่า ถ้าจะเหงาแบบเท่ๆ ไม่ควรเหงาไปตกปลาไป ควรเลือกสักอย่าง
สมชายจึงเดินไปบนสะพานพร้อมฟังเพลงจากวิทยุที่เพิ่งซื้อมาหมาดๆ
ข้อเสียจากการฟังเพลงผ่านวิทยุ คือ เราไม่สามารถเลือกฟังเพลงที่อยากฟังได้ หรือเมื่อได้ฟังเพลงที่ชอบ ก็ไม่อาจย้อนไปฟังเพลงนั้นซ้ำได้
สมชายจึงเลือกที่จะอินมันทุกเพลงที่ได้ฟัง พยายามคิดว่าตัวเองเป็นบุคคลที่อยู่ในเพลงนั้น อืมม.. เพลงเศร้าๆมันก็ดีอยู่หรอก พอจะอินไหว
แต่พอมีเพลงสนุกสนานขึ้นมา สมชายก็เผลออินกับเพลงเหล่านั้นไปด้วย ลุกขึ้นมาเต้นเป็นที่สนุกสนาน มีอยู่ช่วงนึง ดีเจ เปิดเพลงเศร้าสลับกับเพลงแด๊นซ์ สมชายต้องเปลี่ยนอารมณ์เร็วมาก เพลงเศร้าก็นั่งหงอยๆ ดูละลอกน้ำที่ไหลไปช้าๆ พอเพลงมันส์ก็ลุกขึ้นเต้นจนเหงื่อ ออกหัว
ผ่านไปเกือบชั่วโมง สมชายนอนหายใจพะงาบๆ บนสะพานด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการเต้น และล้าจากความรวดเร็วของอารมณ์ ที่เดี๋ยวสนุก เดี๋ยวเศร้า โอ๊ย เหนื่อย ไม่ไหวแล้ว
สมชายคิดว่าควรกลับบ้านไปนอนซะที
วันต่อมา สมชายยังคงยืนมองท้องฟ้า ท้องฟ้าวันนี้ไม่เหมือนกับวันก่อน อันที่จริงฟ้ามันก็ไม่เหมือนกันสักวัน แต่สมชายก็ยังคงดูท้องฟ้าไปอย่างนั้น
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง สมชายคิดว่ามองท้องฟ้าแบบนี้ไม่มีประโยชน์อะไร ว่าแล้วก็คว้าตะกร้อขึ้นมาเดาะเล่นคนเดียวหลังบ้าน
เล่นจะกว่าฟ้าจะมืด จนกว่าจะเหนื่อย จนกว่าจะนอน จนกว่า..
|
|
|