| pannakorn's profilesomtongPhotosBlogLists | Help |
|
November 12 ครั้งหนึ่ง
ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าเคยมีเธอ หรืออาจบอกว่า ครั้งหนึ่งเธอเคยมีข้าพเจ้า
เราใช้เวลาผ่านไปกับการดูหนัง กินข้าว และพูดคุยเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิตทางโทรศัพท์
จนกระทั่งวันหนึ่ง ไม่มีหนังที่เราอยากดู ไม่มีร้านที่เราอยากนั่งกินข้าว และเรื่องราวในอดีตของเราต่างถูกขุดคุ้ยออกมาพูดทางโทรศัพท์หมดแล้ว
ข้าพเจ้าถามเธอว่า เธอเบื่อกับการคุยผ่านโทรศัพท์หรือยัง ถ้าเธอตอบว่า เราลองมาคุยผ่านหม้อหุงข้าวกันดีไหม
.................วันนั้นข้าพเจ้าจะบอกรักเธอ
แต่เธอกลับบอกไม่เป็นไร พูดกันทางโทรศัพท์ไม่เห็นจะต้องมีเรื่องคุยก็ทำได้
ข้าพเจ้าเงียบ
เธอเงียบ
และความเงียบต่างจูงมือเราทั้งสองเดินห่างจากกัน และห่างไกลกันไปทุกที
เมื่อปี 2530 ข้าพเจ้าในร่างเด็ก ถูกพี่ข้างบ้านชวนไปดูดาวหางฮัลเล่ย์ บนดาดฟ้าบ้านเขา เรารอกันอยู่จนดึกและข้าพเจ้าเริ่มง่วงนอน ในขณะที่พี่คนนั้นยังดูตื่นเต้นกับการเฝ้ารอดาวหางที่ไม่รู้จะโผล่ให้เราเห็นเมื่อไหร่
“ วันนี้ต้องได้เห็นแน่ ในข่าวเขาว่าอย่างนั้น ” พี่ข้างบ้านบอกข้าพเจ้า “ ดึกแล้ว ใครๆเขาก็นอนกันหมด ไปนอนเหอะ” ข้าพเจ้าเซ้าซี้ “ ดาวหางนี้ แปดสิบปีจะเห็นสักครั้ง ถ้าพลาดครั้งนี้คงไม่มีโอกาสได้เห็นอีก ไม่รู้สึกเสียดายเหรอ ” “ เสียดายทำไม ก็รออีกแปดสิบปีก็ได้ ตอนนี้เรายังเด็กอยู่จะกลัวอะไร ..ง่วงแล้ว นอนเหอะ”
ข้าพเจ้าจำได้ว่า ยังไม่ได้เล่าเรื่องการรอดูดาวหางสมัยเป็นเด็กให้เธอฟัง
ข้าพเจ้าสงสัยว่าเธอยังอยากฟังเรื่องที่ข้าพเจ้าอยากเล่าอีกไหม
เธอจะอยากรู้ไหมว่าวันนั้นข้าพเจ้าเห็นดาวหางหรือเปล่า
บางทีการหมดความอดทนกับอะไรง่ายๆ และการไม่เห็นคุณค่าของสิ่งใดแม้แต่สิ่งเล็กๆน้อยๆ ก็ทำให้เราพลาดความรู้สึกถึงช่วงดีๆ ที่บางทีมันอาจจะเกิดขึ้นกับตัวเราแค่ครั้งเดียว
ดาวหางยังโคจรกลับมาให้มนุษย์โลกได้เห็นในสักวัน แต่ช่วงเวลาของข้าพเจ้ากับเธอไม่อาจพบเห็นได้อีกแล้ว
พี่ข้างบ้านใน พ.ศ.2530 “ ดาวหางนี้ แปดสิบปีจะเห็นสักครั้ง ถ้าพลาดครั้งนี้คงไม่มีโอกาสได้เห็นอีก ไม่รู้สึกเสียดายเหรอ ”
ข้าพเจ้าใน พ.ศ.2550 “ เสียดายซิ ไม่รู้ว่าเราจะมีอายุยืนพอที่จะได้เห็นอีกหรือเปล่า ...ว่ามั้ย”
|
|
|