| pannakorn's profilesomtongPhotosBlogLists | Help |
|
January 30 ข้าพเจ้าและข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าถูกลูกกระสุนวิ่งทะลุเข้าเนื้อหนัง เร็วเกินกว่าจะรู้สึกเจ็บปวด และเร็วเกินกว่าจะคิดทำบุญหวังผลให้ชาติหน้าจะสุขสบาย ช่องว่างระหว่างกล้ามเนื้อที่แยกออกมาเป็นผลลัพธ์ของลูกตะกั่วที่ปลิวแหวกอากาศ รอยแยกของเนื้อนั้นเป็นถนนให้โลหิตออกมาพบโลกภายนอก ...โลกในเวลา ตีสองสิบสามนาที ไม่นานความรู้สึกเจ็บปวดก็มาส่งข่าวให้ข้าพเจ้าทราบว่า ชีวิตนี้มีอยู่จริง ...
สองสามนาทีก่อนที่บุหรี่ตัวสุดท้ายในชีวิตจะถูกจุด หางตาข้าพเจ้าทำหน้าที่กวนตีนใส่กลุ่มวัยรุ่นเลือดร้อนเป็นครั้งสุดท้าย ข้าพเจ้าอดภูมิใจเสียไม่ได้ หางตามันทำหน้าที่ได้อย่างสมเกียรติจริงๆ
ก่อนหน้านี้ข้าพเจ้ากวนตีนชีวิตมากเหลือเกิน ปล่อยให้มันเรื่อยเอื่อยไหล ไปตามจังหวะเข็มนาฬิกากระดิก
ข้าพเจ้านึกถึงสวนสัตว์พาต้า เมื่อ พ.ศ. 2536 มันเป็นครั้งสุดท้ายที่เคยไปเยือน ข้าพเจ้าจำห้อง(หรือกรง)ที่มีคิงคองหนึ่งตัว และยางรถบรรทุกอันใหญ่ ร้อยเชือกห้อยลงมากลางห้องหนึ่งอัน คนที่ทำคงคิดให้คิงคองได้เล่นสนุก ในเวลานั้น คุณคิงคองนั่งขดตัวอยู่มุมห้อง และมองยางรถที่ห้อยนั้นด้วยสายตาอ้อยอิ่ง ข้าพเจ้ามองคุณคิงคองนั้นเนิ่นนาน อาจจะนานพอๆกับที่คิงคองนั่งมองยางรถนั่น ข้าพเจ้าคิดว่า มันคงอยากออกไปจากที่นี้ บางทีมันอาจอยากเกิดเป็นคนอย่างข้าพเจ้า อยากโหนรถเมล์สายสิบสอง อยากเดินงานวัดภูเขาทอง หรืออยากสูบกัญชาสักปื๊ด ..อยาก ฯลฯ เกิดเป็นลิงโอกาสทำแบบนั้นคงยาก ข้าพเจ้าละสายตาจากกรง เพื่อเดินไปซื้อไอติมกิน ก่อนจะคิดได้ว่าเกิดเป็นคนช่างดีแท้ ปัจจุบัน ถ้าคุณคิงคองรู้ว่าข้าพเจ้าใช้เวลาในชีวิตที่เหลือทำอะไรมาบ้าง มันอาจจะถุยน้ำลาย อาลัยแก่ข้าพเจ้าหนึ่งที แล้วคิดว่า หากใช้ชีวิตอย่างข้าพเจ้า มันก็ไม่ต่างอะไรกับการนั่งอยู่ในกรง มองยางรถที่ห้อยกลางห้องนั้นสักเท่าไหร่ ข้าพเจ้ารู้สึกเสียดายชีวิต ข้าพเจ้ายังไม่เคยกินไอติมรสน้อยหน่าเลย..
|
|
|